Fit Sport Performance

บริการของเรา​

กลุ่มสายฟิตที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพ หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น ฟิตเนส นักกอล์ฟ นักวิ่ง

เล่นฟิตเนส / Weight Training

ผู้ที่เล่นฟิตเนสเป็นประจำ :  มักใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่แขน หลัง ไหล่ ขา และแกนกลางลำตัว (Core) กลุ่มนี้มักมีความตั้งใจสูงและทำซ้ำหลายครั้งต่อสัปดาห์ แต่บางครั้งท่าฝึกไม่ถูกต้องหรือกล้ามเนื้อบางส่วนอ่อนเกินไป ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ไหล่ หรือเข่า กล้ามเนื้อบางจุดแข็งเกินไป ในขณะที่บางจุดยังอ่อน ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บสะสม

 

นักกอล์ฟ : ใช้ร่างกายส่วนแกนกลางและสะโพกเป็นหลักในการหมุนวงสวิงซ้ำ ๆ การหมุนตัวที่ซ้ำซากทำให้หลังส่วนล่าง สะโพก และเอวเสี่ยงต่อการตึงหรือปวดเรื้อรัง หากกล้ามเนื้อแกนกลางไม่แข็งแรง ท่าวงสวิงอาจบิดตัวไม่ถูกต้อง เพิ่มแรงกดบนข้อและหลัง ทำให้ประสิทธิภาพวงสวิงลดลงและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

นักวิ่ง : ใช้กล้ามเนื้อขา สะโพก และแกนกลางลำตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน การวิ่งซ้ำ ๆ ทำให้เกิดแรงกระแทกสะสมที่เข่า ขา และสะโพก หากท่าวิ่งหรือเทคนิคการวิ่งไม่ถูกต้อง อาจทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนตึงหรืออ่อนเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บเข่า ปวดสะโพก หรืออาการเรื้อรังอื่น ๆ

ผู้ที่เดินป่า : มักแบกสัมภาระหนักเป็นเวลานาน ใช้กล้ามเนื้อขา สะโพก และหลังส่วนบน การแบกของหนักและเดินบนพื้นที่ขรุขระทำให้กล้ามเนื้อและข้อทำงานหนัก หากไม่เสริมความแข็งแรงแกนกลางลำตัวและข้อเท้า อาจเกิดอาการปวดหลัง ข้อเท้าแพลง หรือปวดเข่าได้ง่าย

นักปีนเขา : ใช้ร่างกายทุกส่วน แต่เน้นหนักไปที่มือ ไหล่ สะบัก และแกนกลางลำตัว มือและแขนต้องดึงน้ำหนักตัว ขาและ Core ต้องทรงตัวให้มั่นคง หากกล้ามเนื้อไหล่หรือสะบักไม่แข็งแรง หรือการจับ/วางเท้าไม่ถูกต้อง จะทำให้เกิดเอ็นอักเสบ ปวดไหล่ หรือบาดเจ็บข้อศอกได้

นักปั่นจักรยาน : ใช้ขาเป็นหลัก แต่แกนกลางลำตัวและหลังมีบทบาทสำคัญในการทรงตัว นั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดข้อมือได้ หากท่านั่งไม่เหมาะสมหรือ Core อ่อน ความสมดุลลดลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บสะสม

นักดำน้ำ : ใช้หลัง ไหล่ และแกนกลางลำตัวในการเคลื่อนตัวใต้น้ำ การแบกอุปกรณ์และแรงต้านน้ำทำให้ร่างกายทำงานหนัก ถ้า Core หรือหลังไม่แข็งแรง อาจปวดหลังหรือปวดไหล่ได้ นอกจากนี้ การหายใจไม่ถูกวิธีอาจทำให้เหนื่อยง่ายและลดประสิทธิภาพการเคลื่อนตัว

 

นักเล่นสกี : ต้องใช้ขาและแกนกลางลำตัวเพื่อทรงตัวบนพื้นลาดชัน การเคลื่อนไหวที่เร็วและแรงกระแทกซ้ำ ๆ ทำให้เข่า สะโพก และหลังเสี่ยงบาดเจ็บ หากกล้ามเนื้อขาและ Core อ่อนหรือ สมดุลไม่ดี อาจล้มและบาดเจ็บได้ง่าย

 

นักเทนนิส : ใช้ร่างกายหลายส่วนมาก ตั้งแต่แขน ข้อมือ ไหล่ สะบัก แกนกลางลำตัว สะโพก และขา ทุกครั้งที่ตีลูกจะมีการหมุนตัวและเหวี่ยงแขนซ้ำ ๆ การใช้งานแบบนี้ถ้าท่าตีไม่ถูกต้องหรือกล้ามเนื้อบางส่วนไม่แข็งแรง จะทำให้ไหล่ ข้อมือ ข้อศอก หรือหลังส่วนล่างตึงและปวดได้ง่าย หากปล่อยไว้นาน อาการเหล่านี้จะสะสม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อตึง และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำหรือข้อเสื่อมในระยะยาว

 

ผู้เล่นพิลาทิส : หลายคนมักเข้าคลาสตามเพื่อน ๆ หรือครูสอนโดยไม่เคยตรวจเช็คโครงสร้างร่างกายตัวเองมาก่อน ทำให้บางครั้ง เล่นท่าไม่ตรงจุด พัฒนาการช้า หรือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยเฉพาะหลัง, คอ, ไหล่, สะโพก หรือแกนกลางลำตัวแนวทางการดูแลของเรานักกายภาพบำบัดของเราจะ ตรวจร่างกายอย่างละเอียดของร่างกาย เพื่อนำมาออกแบบท่าพิลาทิสแบบเฉพาะบุคคล (private) ให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกายและเป้าหมายของคุณ พร้อมสอน การโฟกัสและการใช้งานกล้ามเนื้อแต่ละจุดอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และช่วยให้การฝึกมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

กิจกรรมหลัก : เทรนเนอร์ทำงานเป็นประจำทั้งวัน ต้องสาธิตท่าออกกำลังกาย ยกน้ำหนัก และเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำ ๆ พร้อมให้คำแนะนำลูกค้า

ผลกระทบต่อร่างกาย:

• ใช้แขน หลัง และแกนกลางลำตัวหนัก ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเสื่อมเร็ว

• หากไม่ยืดหยุ่นหรือไม่ปรับสมดุลกล้ามเนื้อ → เสี่ยง ปวดหลัง ปวดไหล่ และอาการอักเสบของข้อ

• การทำงานซ้ำ ๆ ทำให้สะสมความเครียดต่อร่างกาย

หากปล่อยทิ้งไว้:

• อาการปวดเรื้อรัง ส่งผลต่อการทำงานและคุณภาพชีวิต

• ความสามารถในการสาธิตและสอนลดลง

• เสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงและต้องหยุดงานชั่วคราว

กิจกรรมหลัก : นักเพาะกายแข่งขันจะฝึกกล้ามเนื้ออย่างเข้มข้น ด้วยเวทเทรนนิ่ง น้ำหนักสูง และซ้ำหลายครั้งในแต่ละสัปดาห์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่และสัดส่วนสมดุล ทั้งยังมีการควบคุมอาหารและพักฟื้นอย่างเข้มงวด

ผลกระทบต่อร่างกาย:

• กระดูกสันหลัง ข้อเข่า ข้อไหล่ ต้องรับแรงต้านสูงและซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

• กล้ามเนื้อบางส่วนแข็งแรงเกินไป ในขณะที่กล้ามเนื้อคู่สมดุลอาจอ่อนแอ

• หากท่าฝึกไม่ถูกต้องหรือฟื้นฟูไม่เพียงพอ → เสี่ยง ปวดหลัง ปวดข้อไหล่ ข้อเข่าอักเสบ

หากปล่อยทิ้งไว้:

• อาการบาดเจ็บสะสมจนกลายเป็นเรื้อรัง

• ต้องหยุดพักยาวเพื่อฟื้นฟู อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงและเสียการแข่งขัน

• กล้ามเนื้อและข้อต่อไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้เต็มที่

Basic Rehab >

กลุ่มอาการปวดทั่วไปจากการใช้งานหนัก เช่น ออฟฟิศซินโดรม, รองช้ำ, ปวดเข่า

Specialized Rehab >

กลุ่มอาการซับซ้อน เช่น 
ปรับสรีระและบุคคลิกภาพ

Fitzio Flow 5 Spine (FFS)

FITZIO FLOW 5 SPINE คือกระดูกสันหลังทั้ง 5 ของระบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เริ่มจากการ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ และปรับบุคลิกภาพให้สมดุล จากนั้นจึงสร้างกิจวัตรเฉพาะบุคคล รวมถึงการยกระดับความแข็งแกร่งในการเล่นกีฬาและเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายให้สูงสุด และการดูแลการสร้างสมดุลจากภายในและสมาธิ เพื่อมอบผลลัพธ์สุขภาพที่แข็งแรงอย่างสมบูรณ์และยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainable Well-being )

อ่านเพิ่มเติม >

แนวทางการดูแลแบบเฉพาะที่ Fitzio Clinic

Flow 1 ลดปวด

(Pain Recovery)

อ่านเพิ่มเติม >

Flow 2 ปรับสรีระและบุคลิกภาพ

(Posture & Aesthetic)

อ่านเพิ่มเติม >

Flow 3 สร้างสุขภาพแข็งแรง

(Personalized Routine)

อ่านเพิ่มเติม >

Flow 4 ยกระดับสมรรถนะกีฬา 

(Performance & Sport)

อ่านเพิ่มเติม >

Flow 5  บำบัดผ่อนคลายจิตใจ

(Inner Balance & Mindful)

อ่านเพิ่มเติม >