บทความที่ 6

เครียดเเล้วปวด ปวดเเล้วเครียด

ทำอย่างไรให้ออกจากวงจรความปวดนี้ได้ ?

ความเครียดในโลกยุคปัจจุบัน: จุดเริ่มต้นของวงจรความปวดเรื้อรัง

ในโลกยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความเครียดจากการทำงาน
  • ความเร่งรีบในชีวิต
  • หรือกิจวัตรที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

เมื่อความเครียดเหล่านี้สะสมต่อเนื่อง จึงก่อให้เกิด “ความเครียดเรื้อรัง” โดยไม่รู้ตัว


ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดอย่างไร?

เมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด
ระบบประสาทส่วนกลาง จะตีความว่านี่คือ “ภาวะวิกฤต”

ส่งผลให้
ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System)
หรือโหมด “สู้หรือหนี (Fight or Flight)” ถูกกระตุ้นให้ทำงานทันที


เมื่อระบบ “สู้หรือหนี” ทำงานมากเกินไป

หากระบบนี้ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน (Overactive)
จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้:

  • กล้ามเนื้อหดเกร็งตลอดเวลา
  • ไปกดทับหลอดเลือดขนาดเล็ก
  • การไหลเวียนเลือดลดลง
  • ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการสะสมของ:

  • สารก่อการอักเสบ (Inflammatory Substances)
  • ของเสียจากการเผาผลาญ

จุดเริ่มต้นของ “Trigger Point”

ผลลัพธ์จากกระบวนการเหล่านี้ คือ
การเกิด “จุดกดเจ็บ” (Trigger Point) ในกล้ามเนื้อ

ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการ:

  • ปวดตึง
  • ปวดลึก
  • ปวดเรื้อรัง

วงจรความปวดเรื้อรัง (Chronic Pain Cycle)

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ…

👉 ความเครียด → ทำให้กล้ามเนื้อปวด
👉 กล้ามเนื้อปวด → กระตุ้นความเครียดเพิ่ม

จึงเกิดเป็น “วงจรความปวดเรื้อรัง” (Chronic Pain Cycle)

ทำให้ผู้ที่มีอาการ:

  • ปวดเมื่อยซ้ำ ๆ
  • ปวดไม่หายขาด
  • รู้สึกไม่สบายตัวตลอดเวลา

สรุป

ความเครียดไม่ได้ส่งผลแค่ทางจิตใจ
แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

หากปล่อยไว้นาน
อาจนำไปสู่ อาการปวดเรื้อรังที่วนซ้ำไม่จบสิ้น

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.potstreatmentcenter.com

และ https://mamedica.co.uk

หากต้องการตัดวงจรความปวดเรื้อรังนี้ คือการส่งเสริมให้ระบบประสาท พาราซิมพาเทติก(Parasympathetic Nervous System) หรือโหมด “พักผ่อนและซ่อมแซม” (Rest and Digest)

 

ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามให้กลับมาทำงานมากขึ้น เมื่อพาราซิมพาเทติกทำงานมากขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายลงโดย อัตราการเต้นของหัวใจจะช้าลง และหลอดเลือดจะขยายตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณกล้ามเนื้อที่หดตัวค้างมานานมากขึ้น ทำให้เกิดการซ่อมเเซม และการไหลกลับของสารสื่ออักเสบ และ
ของเสียที่สะสมในกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ กล้ามเนื้อคลายตัวในการ ‘รีเซต’ สมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ จะต้องส่งเสริมและกระตุ้นให้ ระบบพาราซิม
พาเทติคทำงานเพิ่มขึ้น

 

โดยกลไกที่สามารถทำได้ง่ายทีสุดคือ การกระตุ้นผ่านเส้นประสาทวากัส
(Vagus Nerve) ซึ่งสามารถทำได้โดยการ หายใจลึก เคลื่อนไหวเป็นจังหวะช้า ๆ กิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว และการหายใจ ในรูปแบบดังกล่าว เช่น

นั่งสมาธิ

โยคะ

ในทางกายภาพบำบัด ก็มีเทคนิคมากมายที่ช่วย ‘รีเซ็ต’ สมดุลของระบบประสาทได้ เช่นManual Therapy เช่น การกดคลายปมกล้ามเนื้อ หรือจุดกดเจ็บแบบเบา, การสอนเทคนิคการหายใจด้วยกะบังลม (Diaphragmatic Breathing) และการสอนท่าออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของ
กล้ามเนื้อ และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (Flexibility and Mobility Exercise)


ที่ Fitzo Clinic เรามีโปรเเกรมการดูแลสำหรับผู้ที่ต้องการ ‘รีเซ็ต’ สมดุลของระบบประสาทโดยเราจะดูเเลคุณด้วยโปรเเกรมการดูแล Flow 5 Inner-Balance and Mindful ซึ่งในโปรเเกรมจะประกอบด้วย เทคนิค Manaul Theraphy เช่น ‘Craniosacral’ ซึ่งเป็น Manaul Theraphy แบบเบา ที่ช่วย
เพิ่มการไหลเวียนของน้ำไขสันหลัง ไม่ให้เกิดการอุดกั้น ซึ่งการอุดกั้นของน้ำไขสันหลังก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการปวดตื้อที่ศีรษะ, การกดคลายปมกล้ามเนื้อแบบเบา 

ซึ่ง เทคนิค Manaul Theraphyสามารถส่งเสริมระบบ Parasympathetic ผ่านการสัมผัส, การสอนให้หายใจด้วยกระบังลม หรือDiaphargmatic Breathing Exercise โดยในระหว่างการท 2 เทคนิคข้างต้น จะมีการใช้ Aromatheraphy ร่วมด้วย โดย Aromatheraphy จะทำงานกับสมองโดยตรงผ่านระบบการจดจ
ประสบการณ์ภายในสมองชื่อ ‘Limbic System’ ทำให้ร่างกายจดจำการผ่อนคลายผ่านกลิ่นCraniosacral

Craniosacral

Diaphargmatic Breathing Exercise

Aromatheraphy

บทความเพิ่มเติม

ใครเคยรักษามาหลายอย่างแต่ยังไม่ค่อยดีขึ้นบ้างคะ ? บางทีคุณอาจกำลังรักษาที่ “ปลายเหตุ” ไม่ใช่ต้นเหตุ

อ่านเพิ่มเติม > 

ก้มเล่นมือถือทั้งวัน ปวดคอ-บ่าไหล่ อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายอาจนำไปสู่หลังค่อม! 

อ่านเพิ่มเติม >

กล้ามเนื้อ แข็งแรงแต่กระดูกอาจกำลังผิดรูป ?

อ่านเพิ่มเติม > 

กายและใจความเชื่อมโยงที่แยกจากกันไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม > 

 

อยากแก้ ไหล่ห่อ-หลังค่อม ต้องออกกำลังกายยังไง?

อ่านเพิ่มเติม > 

 

กายภาพบำบัดคืออะไร? และช่วยดูแลคุณในด้านไหนได้บ้าง

อ่านเพิ่มเติม >